plaida

ผิวสวยใสจากพืชผักสมุนไพรในครัว 5 ชนิด

ขึ้นชื่อว่าความสวยความงามคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ต้องการให้ตัวเองดูสวยสะดุดตาในสายตาใครๆ เพราะความสวยเปรียบเสมือนสิ่งที่สร้างให้ผู้หญิงมีความมั่นใจในตัวเอง บางครั้งความสวยของผู้หญิงนี้สามารถทำให้ชีวิตของเธอๆทั้งหลายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือมาแล้วไม่น้อย ประสบความสำเร็จเพราะความสวยก็มากมาย ความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่ดึงจิตใจของผู้พบเห็นออกจากสิ่งเดิมๆ ที่น่าเบื่อหน่าย อย่างไรก็ตามแต่ ความงามก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่มนุษย์ให้ค่าหรือตัดสินเอาเองจากในจิตใจ ซึ่งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ซึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้ความสวยของเราไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลานั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเราเลย ลองเดินเข้าไปในครัวดูสิคะ ว่าพบสมุนไพรใกล้ตัวที่สามารถล็อคความงามของเราเอาไว้ได้หรือเปล่า

5.1

1.กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียวเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นกระเจี๊ยบเขียวยังมีสารกลูตาไทโอน (glutathione) ที่สามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีของผิวหนังได้ในระยะหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้สารกลูตาไทโอนเพื่อทำให้ผิวพรรณดูขาวขึ้นนั่นเอง

            2.มะนาว

มะนาวได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีนั้นเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระได้สูง ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวและช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยฟื้นฟูผิวและทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสเปล่งปลั่ง และที่สำคัญวิตามินซีนั้นยังช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี 

5.2

            3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศพืชสีแดงๆที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมีการค้นพบสรรพคุณสำคัญอีก 2 ประการ คือ มะเขือเทศนั้นสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้และยังช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวเอาไว้ให้คงความสวยเหนือกาลเวลา นอกจากนั้นมะเขือเทศยังลดคลอเรสเตอรอลและป้องกันมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย ในมะเขือเทศนั้นมีสารไลโคปีนซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนเพื่อความนุ่มนวลและความกระชับของผิวของสาวๆให้มีผิวพรรณที่กระจ่างใสได้ง่ายๆ

4.ขมิ้น

ขมิ้นนั้นนอกจากนิยมนำไปใช้ในการประกอบอาหารแล้วยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยป้องกันการทำลายผิว ช่วยชะลอความแก่ น้ำขมิ้นมีฤทธิ์ต้านเชื้อราผิวหนังหลายชนิด จึงมักใช้ในการแก้โรคผิวหนังผดผื่นคัน รักษาแผลพุพอง และมีสรรพคุณช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มนวลเนียน เพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้เป็นอย่างดี ช่วยสมานแผลตามร่างกายและยังสามารถชะลอการงอกของขนได้อีกด้วย

5.3

            5.มะขาม

มะขามนั้นนอกจากจะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาได้หลายโรคแล้ว มะขามยังเป็นผลไม้ที่มีข้อมูลทางโภชนาการสูงที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินบี2  วิตามินเอ เป็นต้น โดยประโยชน์ของมะขามด้านความสวยความงามนั้นสาวๆ เราอาจจะพอรู้กันอยู่แล้วว่ามะขามนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและลดรอยหมองคล้ำบนผิวหนังและช่วยให้ผิวพรรณคงความนุ่มชุ่มชื่นไว้ได้

จะเห็นว่าสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราก็สามารถทำให้เราสวยได้และทำให้เราประหยัดสตางค์ในกระเป๋าลงไปได้อีกเยอะเลยที่เดียว แต่อย่างไรก็ตามการที่เราจะสวยได้ไม่ใช่ว่าจะทานผักผลไม้เหล่านั้นเพียงแค่ครั้งสองครั้งแล้วจะสวยได้ เราอาจจะต้องท่องคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เพราะกว่าที่เราจะสวยได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขอแค่สาวๆ ทั้งหลายไม่รีบท้อใจ ความสวยเหนือกาลเวลาจากธรรมชาตินั้นจะไปไหนเสีย…

ผมเสียกลับมาสวยได้ด้วยอาหารจากธรรมชาติ

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนชื่นชอบการไว้ผมยาวและห่วงหวงผมราวกับจงอางหวงไข่ ไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะสำหรับสาวๆ ที่มีผมนุ่มสลวยอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่มีผมแห้งแตกปลายชี้ฟูเป็นรังนกนี่ ครั้นจะให้ตัดสั้นหนีปัญหาเสียก็กลายเป็นอันว่าหวงและเสียดายผมขึ้นเสียนี่ วันนี้เรามีหนทางการแก้ปัญหาสำหรับสาวผมยาวทั้งหลายที่มีปัญหาผมเสียแตกปลายแต่ก็ไม่อยากจะตัดผมทิ้งมาฝากกันค่ะ

ก่อนอื่นจะต้องของอธิบายก่อนเลยนะคะว่าผมของเรานั้นไม่ใช่อยู่ๆ จะยาวออกมา โดยไม่มีต้นสายปลายเห็นแต่ผมของเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ต้องการอาหารอย่างเรานี่แหละค่ะ ซึ่งการจะให้ผมของเราดูสุขภาพดีนั้นเราก็จำเป็นที่จะต้องให้อาหารผมเพื่อช่วยให้ผมของเราดูสวย นุ่มสลวยดุจแพรไหมน่าสัมผัส โดยวันนี้จะมีอาหารผมที่จำเป็นมาฝากสาวๆที่กำลังมีปัญหาผมเสียแตกปลายอยู่ตอนนี้แล้วยังหาทางออกกันไม่ได้นะคะ

4.1

1.การให้อาหารผมด้วยไอโอดีนและกำมะถัน

สารไอโอดีนนั้นจะมีส่วนช่วยในการทำให้ผมดกดำและแข็งแรง ซึ่งสารไอโอดีนนั้นเราก็สามารถหามาได้ง่ายๆจากในบ้านของเราเอง และไอโอดีนก็ยังพบมากอยู่ในอาหารจำพวกอาหารทะเล หากสาวๆท่านใดแพ้อาหารทะเลแล้วล่ะก็ขอแนะนำว่าให้ปรุงอาหารด้วยเกลือไอโอดีนแทนเพราะมีประจำอยู่ในครัวของเราอยู่แล้ว นอกจะช่วยป้องกันการเกิดโรคขาดสารไอโอดีนแล้วยังช่วยให้ผมของเราดูสุขภาพดีอีกด้วย และไม่มีเพียงแต่สารไอโอดีนเท่านั้นที่จะช่วยให้ผมของเรามีสุขภาพดี กำมะถันก็เป็นอีกหนึ่งอาหารผมที่สำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมของเราได้ ซึ่งกำมะถันนั้นจะพบอยู่ในกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาว หอมหัวใหญ่ และหอมแดง เป็นต้น

4.2

2.การรับประทานอาหารที่มีวิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพผม

สาเหตุที่ผมของเราร่วง แห้งกร้าน แตกปลาย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนักนั้นอาจจะเกิดจากการที่สาวๆเราขาดวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมก็ได้นะคะ จึงจะเห็นว่าวิตามินต่างๆนั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาพผมของเราเป็นอย่างมากที่จะช่วยบำรุงหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี หล่อเลี้ยงให้เส้นผมมีความชุ่มชื่นไม่แห้งชี้ฟูแตกปลายเป็นไม้กวาดให้กลายมามีน้ำหนักเป็นประกายเงางามได้ ซึ่งวิตามินที่มีส่วนในการดูแลเส้นผมของเรานั้นได้แก่

– กรดไขมันที่จำเป็น มีกรดที่อยู่ในกลุ่มไขมันโอเมก้า 3 คือ กรดแอลฟา-ไลโนลีนิก ที่ช่วยป้องกันผมแห้งและเปราะบางซึ่งจะเป็นสาเหตุของผมขาดหลุดร่วง ซึ่งกรดดังกล่าวนั้นมักพบอยู่ในน้ำมันพริมโรส น้ำมันปลาแซลมอนและน้ำมันจากเมล็ดของต้นปอป่าน

– วิตามิน B อาหารที่มีวิตามินบีนั้นจะมีส่วนในการช่วยให้เส้นผมนั้นไม่ขาดหลุดร่วงและมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและช่วยให้หนังศีรษะมีความชุ่มชื่น ซึ่งพบอยู่ใน ถั่ว ไข่ แครอทและกะหล่ำดอก เป็นต้น

4.3

                – วิตามิน C จะมีส่วนช่วยในการนำเลือดไปหล่อเลี้ยงรากผมให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งจะพบวิตามิน C จะพบมากในพืชตระกูลส้ม

– ไบโอติน นั้นมีส่วนสำคัญสำหรับการเจริญของเส้นผมและทำให้เส้นผมของเรามีความแข็งแรง ซึ่งจะพบไบโอตินได้ในธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลืองและเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

จะเห็นว่าผมของเราที่จะสวย ดูดีมีสุขภาพแข็งแรงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแชมพูหรือคอนดิชันเนอร์อย่างเดียวเท่านั้น หากแต่การจะให้ผมของเราสลวยเงางามอย่างเป็นธรรมชาตินั้นต้องเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมด้วย เพื่อคงความสวยงามของเส้นผมอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามแต่เราควรที่จะต้องหลีกเลี่ยงการทำร้ายเส้นผมด้วยการความร้อนและการทำสีผมบ่อย เพราะสีดำจากธรรมชาติของเส้นผมหากดูแลและรักษาอย่างดีก็ทำให้เรือนผมของสาวๆอย่างเราดูดีมีเสน่ห์ขึ้นได้โดยไม่ต้องโกรกสีผมเลยค่ะ นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สาวๆที่ชอบไว้ผมยาวไม่ต้องตัดผมสั้นเพื่อหนีปัญหาผมเสียอีกแล้วนะคะ

ผ้าปูที่นอนสีพื้น สวยๆ พร้อมส่งทุกชิ้นเลยจ้า คลิกเล้ยยย

ผ้าปูที่นอนสีพื้น

 

Save

ใบบัวบก…ตัวช่วยความงามที่ไม่ควรมองข้าม

ผิวหน้าและผิวพรรณที่สวยเนียนกระจ่างใสอย่างไรที่ตินั้น จะดีมากทีเดียวหากเราสามารถเนรมิตได้มากกว่าแค่การใช้ครีมบำรุงผิงแพงๆ ทั่วไป ยิ่งหากใช้สมุนไพรไทยรอบตัวได้ด้วยแล้ว เชื่อว่าสาวๆ หลายคนเป็นต้องให้ความสนอกสนใจไม่น้อยเลยค่ะ

Herbal Thankuni leaves

เชื่อว่าหลายคนรู้จักใบบัวบกว่าสามารถแก้อาการช้ำในได้ จึงมักนำมาใช้ล้อเล่นกันยามอกหักว่าให้ดื่มน้ำใบบัวบกแก้อกชอกช้ำระกำทรวง ซึ่งจริงๆใบบัวบกสามารถแก้อาการช้ำในได้จริงจากการเกิดอุบัติเหตุต่างๆแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับอาการช้ำในเพราะอกหักแต่อย่างใดนะคะ ความจริงแล้วนั้นใบบัวบกยังมีสรรพคุณอื่นที่นอกเหนือจากการแก้อาการช้ำใน โดยในใบบัวบกนั้นจะมีกรดที่เรียกว่า กรดมาเดคาสสิก กรดอะเซียติกและยังมีสารอะเซียติโคไซด์ซึ่งสามารถใช้รักษาบาดแผลได้ด้วย ใบบัวบกไม่ได้มีเฉพาะสรรพคุณทางยาเท่านั้นนะคะ เพราะใบบัวบกนั้นสามารถช่วยสาวๆที่มีปัญหาสิว ฝ้า ให้กลับมามีหน้าสวยใสไร้ปัญหาผิวพรรณกวนใจได้อีกด้วยล่ะค่ะ

3.2

พืชสีเขียวที่มีรสขมที่ใครหลายๆคนร้อง หยี๊ ไม่อยากจะลิ้มลองนั้น สาวๆทั้งหลายรู้มั๊ยคะว่าจริงๆแล้วภายใต้รสชาดขมไม่ชวนดื่มนั้นมีคุณประโยชน์มากมายที่ซ่อนอยู่ หากสาวๆท่านใดส่องกระจกแล้วเป็นเม็ดสิวหรือจุดด่างดำจากฝ้ามาเดินเล่นอยู่บนผิวหน้าของตัวเองแล้วล่ะก็ แนะนำว่าให้ลองเดินไปที่สวนหลังบ้านแล้วหาพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  ใบบัวบก มาสักกำมือนะคะ ในใบบัวบกนั้นจะมีสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินที่ช่วยสมานผิวและปรับโครงสร้างผิวแข็งแรงมีความยืดหยุ่นและลดริ้วรอยแห่งวัยได้เพราะในใบบัวบกนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยในการต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณได้เหมือนเป็นวัยรุ่นอยู่เสมอ

3.3

โดยสาวๆที่มีปัญหาจุดด่างดำจากรอยฝ้าอาจจะลองนำใบบัวบกไปปั่นแล้วกรองเอาแต่น้ำมาใช้เพื่อทำความสะอาดตามผิวหน้าให้ทั่ว โดยทำเพียงแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สรรพคุณของใบบัวบกจะสร้างความนุ่มชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวและปรับให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างเป็นปกติ ลดจุดด่างดำจากรอยสิวฝ้าให้จางลงได้ สาวๆท่านใดที่มีปัญหาสิวนั้นแนะนำว่าไม่ควรไปบีบ แคะ แกะหรือกดสิวเล่นนะคะ เพราะนอกจากจะไม่ใช่การแก้ปัญหาสิวที่ถูกวิธีแล้วยังทำให้สิวหายช้าลงและเกิดอาการอักเสบกลายเป็นรอยดำ รอยแผลเป็นจากสิวได้อีกด้วยค่ะ วิธีง่ายๆที่จะรักษาสิวให้หายไปจากผิวหน้าของเรานั้น ใบบัวบก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะมีการค้นพบว่าการพอกหน้าด้วยใบบัวบกนั้นสามารถรักษารอยดำจากสิวให้จางลงได้และช่วยให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใสดูเปล่งปลั่งมีความนุ่มนวลได้ เพียงสาวๆนำใบบัวบกมาปั่นหรือบดให้ละเอียดแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้สาวๆทั้งหลายที่มีปัญหารอยสิวกวนใจก็จะหมดกังวลไปได้อีกเปราะแล้วล่ะค่ะ

เมื่อเห็นถึงสรรพคุณของใบบัวบกแล้วที่สามารถช่วยให้ใบหน้าและผิวพรรณของเราดูสวยงามขึ้นแล้วนั้นคิดว่าสาวๆทั้งหลายคงจะไม่เมินพืชใกล้ตัวชนิดนี้อีกแล้วนะคะ ใบบัวบกนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำเสนอให้กับสาวๆที่รักความสวยความงามให้ได้ประโยชน์กัน หากสาวๆท่านใดที่ไม่สามารถหาใบบัวบกสดๆมาช่วยในการรักษาผิวพรรณแล้ว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากใบบัวบกมากมายที่สามารถเลือกหามาใช้ตามสภาพปัญหาผิวพรรณของตัวเองได้ หวังว่าใบบัวบกคงจะเป็นตัวเลือกช่วยให้ผิวสวยอีกหนึ่งอย่างที่อยู่ในใจของสาวๆนะคะ

เนรมิตตาให้สวยสุขภาพดีด้วยพืชผัก 5 สี

“ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้มากันพอสมควร สาวๆ หลายคนอาจจะอิจฉาเมื่อมองไปเห็นดวงตากลมโตหวานฉ่ำใสกิ๊งของสาวคนอื่นๆ จึงมีการอาศัยบิ๊กอายเพื่อช่วยให้ดวงตาของตัวเองน่ามองขึ้น รู้มั๊ยคะว่าดวงตาสวยนั้นนอกจากจะดึงดูดให้คนชอบมองแล้วยังเสริมให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์อีกด้วย ตาสวยใสนั้นบางคนอาจจะได้มาเพราะโชคช่วยหรือได้มาจากพันธุกรรมที่มีตาสวยกันทั้งครอบครัวอยู่แล้ว หากสาวๆ ท่านใดที่ไม่ได้เกิดมามีดวงตาสวยใสแล้วนั้น วันนี้เรามีเคล็บไม่ลับดีๆ มาบอกสาวๆ ที่อยากมีดวงตาสวยน่ามองมาบอกกล่าวให้สาวๆ ได้มีดวงตาสวยใสกันง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งบิ๊กอายให้เกิดความเสี่ยงกับดวงตากันค่ะ

2.1

            1.ตำลึง พืชสีเขียว

ตำลึงที่เราเห็นเกาะอยู่ตามรั้วบ้านที่นิยมนำมาทำแกงจืดหมูบะช่อนั้น นอกจากจะมีสรรพคุณทางยาตั้งแต่รากไปจนถึงยอดอ่อนแล้ว “ตำลึง” ยังสามารถช่วยให้ดวงตาของเราสวยได้ด้วย เพราะในนั้นมีสารอาหารที่ชื่อว่า เบต้าแคโรทีน ซึ่งสารเบต้าแคโรทีนนั้นมีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพดวงตาของเราในส่วนที่เรียกว่า เรตินา ให้ดวงตาสามารถมองเห็นได้ในตอนกลางคืนและลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกแล้วยังสามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ดวงตาได้ นอกนั้นยังสามานำเถาของตำลึงมาต้มเอาน้ำแล้วน้ำไปหยอดตาแก้ตาฟางและตาแดงได้อีกด้วย

            2.แครอท พืชสีส้ม

ในหัวแครอทสีส้มๆที่เราเห็นนี้ รู้กันหรือไม่คะว่ามีสารอาหารที่จำเป็นมากๆต่อดวงตาของเรานั่นก็คือ เบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาสายตาของเราโดยเฉพาะเนื้อเยื่อที่เรียกว่า เรตินา ป้องกันการเกิดโรคตาฟางและต้อกระจกได้ แครอทนั้นหากรับประทานอย่างต่อเนื่องก็ยังช่วยให้สายตาของเราสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นปกติไปได้นานเลยทีเดียว หากสาวๆท่านใดไม่อยากสายตาเสื่อมก่อนวัยอันสมควรต้องกลายมาเป็นป้าใส่แว่นแล้วลองหันมามองตัวช่วยรักษาดวงตาอย่างแครอทดูสิคะ

Carrots isolated on white background

3.ฟักทอง พืชสีเหลือง

ฟักทองนั้นไม่ใช่จะมีประโยชน์แค่ใช้ในเทศกาลวันฮาโลวีนเท่านั้นนะคะ เพราะสาวๆท่านใดหากต้องการมีดวงตาหวานฉ่ำแล้วอย่ามองข้ามคุณประโยชน์ของพืชสีเหลืองชนิดนี้กันเชียวค่ะ เพราะในฟักทองนั้นมีสารที่เรียกว่า ซีแซนทีน ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการมองเห็นและป้องกันไม่ให้ดวงตาของเราเป็นเยื่อบุตาแห้งและป้องกันการเกิดกระจกตาเป็นแผลนั่นเองค่ะ

            4.มะเขือเทศ พืชสีแดง

วันหนึ่งร่างกายของเราต้องการวิตามินเอเพื่อซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอไป ซึ่งในมะเขือเทศนั้นมีปริมาณวิตามินเออยู่ราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการ โดยวิตามินเอที่มีอยู่ในมะเขือเทศนั้นจะช่วยในการบำรุงสายตาและแก้โรคตามัวในตอนกลางคืนได้ นอกจากการทานมะเขือเทศจะช่วยบำรุงรักษาดวงตาได้แล้ว สาวๆที่มีปัญหาขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าจะลองนำมะเขือเทศไปฝานบางๆ แล้ววางทิ้งไว้บนดวงตาสัก 15-20  นาที วิตามินซีในมะเขือเทศจะสามารถช่วยให้ถุงใต้ตาของเรากระชับขึ้นและวิตามินเอในมะเขือเทศนั้นยังสามารถรักษาผิวหนังใต้ดวงตาได้โดยไม่ระคายเคือง

2.3

5.บลูเบอร์รี่ พืชสีม่วง

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งบลูเบอร์รี่นั้นมีสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า แอนโทไซยาโนไซยานิน ที่ช่วยในการบรรเทาอาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการใช้งานดวงตาอย่างหนักทำให้ดวงตาสามารถทำงานได้และมองเห็นได้ดีในที่มืด ช่วยลดความดันในลูกตา บรรเทาอาการเจ็บปวดจากอาการบวมในลูกตา นอกจากนั้นบลูเบอร์รี่ผลไม้ลูกเล็กๆสีฟ้าอมม่วง รสเปรี้ยวๆหวานๆนั้นยังสามารถป้องกันต้อกระจก ต้อหิน ต้อลมได้ดีไม่แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดอื่นๆเลยล่ะค่ะ

จะเห็นได้ว่าพืชที่ช่วยบำรุงรักษาดวงตาของเรานั้นส่วนมากมักจะมีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนอยู่ หากสาวๆ ท่านใดที่อยากมีดวงตาสวยๆ ไม่อายใครก็ลองทานพืชหลากสีที่มีประโยชน์ต่อดวงตาเหล่านี้เป็นประจำดูสิคะ นอกจากทานพืชผักที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตาแล้วสาวๆ ทั้งหลายควรจะพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดอาการเมื่อยล้าและเสื่อมสภาพของดวงตาของเรา เห็นมั๊ยล่ะคะว่าการจะมีดวงตาสวยๆ นั้นไม่ยากเลย เพราะพืชผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอเหล่านั้นช่างหาง่ายเสียเหลือเกิน ได้ทั้งดวงตาสวยและสุขภาพดี ทีนี้สาวๆ ก็บอกลาบิ๊กอายได้แบบชิลๆ กันแล้วล่ะค่ะ

น้ำมันมะพร้าวกับความงาม มาดูกันสำคัญยังไงนะ?

สาวๆหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของน้ำมันมะพร้าวมาไม่มากก็น้อยว่ามีประโยชน์มากมาย แต่อาจจะไม่รู้เลยว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นมีประโยชน์ช่วยในการล็อคความงามของคุณได้อย่างไรบ้าง

1.1

                ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนเลยว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นเกิดได้จากการสกัดเอาน้ำมันจากเนื้อมะพร้าว ซึ่งน้ำมันมะพร้าวนั้นก็จะมีกรดไขมันอิ่มตัวที่มีโมเลกุลขนาดปานกลางอย่างกรดลอริก  น้ำมันมะพร้าวที่เรามักจะพบเห็นวางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดนั้นส่วนมากจะเป็นน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น คือ จะสกัดเอาน้ำมันออกมาจากเนื้อมะพร้าวโดยไม่ผ่านความร้อนและกระบวนการทางเคมี เมื่อสกัดออกมาแล้วจะได้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งน้ำมันมะพร้าวที่สกัดได้จะมีลักษณะใสๆ ไม่มีตะกอน

สำหรับเรื่องความสวยความงามสาวๆหลายคนมักนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในการหมักผมและใช้ทาบำรุงผิว วันนี้จะมาบอกถึงประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวว่าเป็นทางเลือกความงามของสาวๆที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างน้ำมันมะพร้าวว่าเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ

1.2

1.การใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลเส้นผม

สาวๆ หลายคนอาจจะเคยนำน้ำมันมะพร้าวมาบำรุงเส้นผมกันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่คะว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นจะช่วยให้ผมที่ร่วง แตกปลายและชี้ฟูเป็นไม้กวาดของสาวๆ ที่มีปัญหาผมเสียทั้งหลายกลับมามีผมนุ่มลื่น แลดูสุขภาพดีมีชีวิตชีวา เพราะไตรกลีเซอไรด์ในน้ำมันมะพร้าวนั้นเมื่อแทรกซึมเข้าสู่เส้นผมทำให้เส้นผมดูดซึมได้ง่ายซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียโปรตีนของเส้นผม และช่วยชะลอการหงอกก่อนวัยของเส้นผมได้อีกด้วย หากสาวๆท่านใดมีปัญหาผมแห้งหยาบกร้านและพันกันอีรุงตุงนัง แนะนำว่าให้ลองใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมผมเอาไว้ สามารถชโลมตอนที่ผมแห้งได้เลยค่ะ เมื่อชโลมผมด้วยน้ำมันมะพร้าวแล้วก็ทิ้งไว้ซักประมาณ 20-30 นาทีแล้วสระผมออกตามปกติก็จะทำให้ผมของคุณผู้หญิงทั้งหลายดกดำเป็นเงางามตามธรรมชาติและนุ่มสลวยไม่พันกันให้ปวดใจกันอีกแล้วล่ะค่ะ

1.3

            2.การใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลผิวพรรณ

นอกจากน้ำมันมะพร้าวจะสามารถบำรุงเส้นผมได้แล้วนั้นยังสามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ทาบำรุงผิวพรรณได้ด้วยนะคะ โดยการใช้น้ำมันมะพร้าวมาทาผิวนั้นจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เพราะในน้ำมันมะพร้าวมีสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี เมื่อทาน้ำมันมะพร้าวแล้วจึงทำให้ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน ถ้าหากใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิวอย่างบางๆหลังอาบน้ำก็จะช่วยลบเลือนรอยหมองคล้ำจากแสงแดดได้ น้ำมันมะพร้าวยังใช้เป็นคลีนซิ่งออยส์ทำความสะอาดผิวได้อีกด้วยนะคะ เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีและช่วยให้ผิวของเราใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ น้ำมันมะพร้าวนั้นไม่ใช่ใช้ได้แค่กับเส้นผมและผิวพรรณของเราเท่านั้นนะคะ น้ำมันมะพร้าวยังสามารถแก้ปัญหาส้นเท้าแตกได้อีกด้วย หากสาวๆ ท่านใดที่มีปัญหาส้นเท้าไม่เรียบเนียนน่ามองลองใช้น้ำมันมะพร้าวมานวดเบาๆบริเวณส้นเท้าของเราก่อนเข้านอนติดต่อกันซัก 1 สัปดาห์ ความชุ่มชื่นของน้ำมันมะพร้าวจะทำให้รอยแตกเป็นขุยของส้นเท้าหายไปไม่มากวนใจสาวๆ ที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงแบบเปิดส้นอีกเลยล่ะค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะสำหรับคุณประโยชน์ดีๆ จากน้ำมันมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ล้ำค่าจากธรรมชาติที่ช่วยให้คุณสาวๆค้นพบทางเลือกที่หลากหลายในการดูแลรักษาความงามให้คงอยู่กับเราไปนานๆ ไม่มีใครปฏิเสธได้ลงอย่างแน่นอนค่ะว่าความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนพึงปรารถนา เคล็ดไม่ลับจากน้ำมันมะพร้าวที่ได้นำเสนอไปวันนี้หวังว่าคงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สาวๆ จะลองเลือกหามาใช้กันนะคะ…

น่ารู้! สุขภาพผู้หญิงวัยทองเรื่องที่สาว 40 Up ไม่ควรมองข้าม

8.1

วัยทองหมายถึงผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน ผู้คนบางกลุ่มมักเรียกกันว่าวัยหมดระดู สำหรับการเข้าสู่วัยทองนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติตามเพศซึ่งเป็นไปตามวงจรชีวิตทุกคน เริ่มต้นตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ วัยกลางคน วัยทองและกระทั่งเข้าสู่วัยชรา สำหรับกรณีที่เราจะเรียกกันว่าวัยทองอย่างเต็มปากก็เนื่องจากผู้หญิงเรามีอายุตั้งแต่ 45-50  ปีขึ้นไป แต่โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะเข้าสู่วัยทองอย่างเต็มตัวก็มักอยู่ในช่วงอายุ 48-49 ปี เนื่องจากผู้หญิงวัยนี้มักอยู่ในช่วงหมดประจำเดือนหรือบางรายอาจจะหมดช้า-เร็วกว่านั้นแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มสุราเป็นประจำย่อมมีโอกาสเข้าสู่วัยทองได้รวดเร็วกว่าผู้ที่ไม่มีพฤติกรรมดังกล่าวรวมถึงผู้หญิงที่ถูกตัดรังไข่ออกก็ย่อมเข้าสู่ภาวะวัยทองทันทีหลังจากผ่าตัดรังไข่ออกไปแล้วได้ด้วยเช่นกัน

8.2

ภาวะการหมดประจำเดือนในผู้หญิงวัยทอง
ปกติแล้วผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30  ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนภายในร่างกายจะลดการผลิตลงจึงส่งผลให้ช่วงวัยนี้มีประจำเดือนมาไม่ค่อยแน่นอน อาจจะมีมาแบบถี่บ้างห่างบ้างตามจังหวะการขึ้นลงของระดับฮอร์โมนเพศซึ่งทางการแพทย์เรียกระยะนี้ว่า ระยะก่อนหมดประจำเดือน ผู้หญิงบางคนร่างกายอาจจะเริ่มเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ และมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ตามด้วยอาการนอนไม่หลับ มีอาการร้อนวูบวาบตามตัว อารมณ์หงุดหงิดแปรปรวนง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการของผู้หญิงวัยทองที่หมดประจำเดือนแล้วถาวรจริงๆ สำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้วอย่างถาวร ประจำเดือนจะหยุดมาอย่างแน่ชัดแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งผู้หญิงวัยนี้จะมีอายุในระหว่าง 45-55 ปี ทั้งนี้ บางรายอาจจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วหรือช้าก็ได้เพราะขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์และปัญหาสุขภาพของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป โดยเราสามารถสังเกตร่างกายตนเองได้ค่ะว่ากำลังหมดประจำเดือนหรือไม่อย่างไร โดยสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดังนี้

8.3

  1. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมาถี่ๆ แล้วทิ้งห่างไปหลายเดือนจากนั้นอาจจะกลับมาเป็นได้อีก ปริมาณของเลือดที่ออกอาจจะออกมากกว่าปกติหรือน้อยกว่าทุก 2-3 สัปดาห์
  2. เกิดอาการร้อนวูบวาบ โดยประมาณ 3 ใน 4 สำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน นอกจากอาการร้อนวูบวาบแล้ว ยังพบว่าเหงื่อออกมามากแม้ยังอยู่ในที่ๆ มีอากาศเย็นก็ตามและโดยเฉพาะในเวลากลางคืนเหงื่อมักจะออกมากเป็นพิเศษ โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีแรกนับจากประจำเดือนหมด และอาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนของแต่ละคนก็มักมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป
  3. ปัญหาเรื่องการนอนหลับ มักมีอาการนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับเป็นประจำ และตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยหรืออาจตื่นเช้าเร็วกว่าปกติ
  4. อารมณ์ไม่แน่นอน มีอารมณ์แปรปรวนได้ตลอด หงุดหงิด ใจร้อนและโกรธง่าย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย
  5. เกิดปัญหาภายในช่องคลอด เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจึงส่งผลให้เนื้อเยื่อภายในช่องคลอดบอบบาง แคบและสั้นลง สารหล่อลื่นรวมทั้งความยืดหยุ่นก็ลดลงตามไปด้วยจนส่งผลให้เกิดความรู้สึกเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์หรือมีอาการเจ็บๆ แสบคันตามมาได้ โดยอาการดังกล่าวย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เพราะเมื่อช่องคลอดแห้ง สารหล่อลื่นไม่มีดังเดิม เชื้อแบคทีเรียชนิดดีที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายก็ย่อมถูกทำลายไปด้วยจึงทำให้มีโอกาสติดเชื้อเกิดขึ้นได้ง่ายนั่นเอง

8.4

  1. ปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลงเนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุท่อปัสสาวะก็ย่อมบางลง ความแข็งแรงของกระเพาะปัสสาวะก็ลดลงตามไปด้วย ผู้หญิงวัยทองส่วนใหญ่จึงมักมีอาการปัสสาวะแล้วแสบ บางรายกลั้นปัสสาวะในเวลาไอ จามหรือตอนยกของหนักไม่ได้จนทำให้มีปัสสาวะเล็ดลอดออกมา
  2. ผิวพรรณเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอย เนื่องจากร่างกายเกิดการสร้างสารคอลลาเจนน้อยลง ผิวหนังจึงแห้งหยาบกร้านได้ง่าย สูญเสียความชุ่มชื้น ไม่เต่งตึงเปล่งปลั่งเหมือนเก่า ทั้งยังพ่วงมาพร้อมอาการคันยุบยิบ มีอาการอักเสบแพ้จากผดผื่นร่วมด้วยได้ง่าย ดังนั้น จึงควรหมั่นทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพมากไปกว่าที่ควรเป็น
  3. การเจริญพันธุ์เริ่มเสื่อมลง เพราะช่วงเวลาของการตกไข่เริ่มไม่มีความแน่นอนอาจทำให้ระบบการเจริญพันธุ์อ่อนแอลงตามไปด้วย แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ได้เสมอจนกว่าประจำเดือนจะหยุดอย่างถาวรเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีเต็ม

8.5

ผู้หญิงวัยทองกับการเกิดโรค
โรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยทอง ได้แก่ โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและมะเร็งเต้านม เป็นต้น ดังนั้นเพื่อการรับมือป้องกันเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเพื่อเตรียมรับฮอร์โมนทดแทนเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยควรทราบรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่างๆ เอาไว้ตลอดจนควรทราบถึงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าวพร้อมกันด้วย

คำแนะนำด้านการทานอาหารสำหรับผู้หญิงวัยทอง
อยากให้ร่างกายแข็งแรงห่างจากโรคที่พ่วงมาพร้อมภาวะวัยทองต่างๆ ทั้งนี้ เราสามารถดูแลสุขภาพตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ภัยเหล่านั้นจะมาเยือนได้ง่ายๆ ด้วยการใส่ใจรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ถูกต้องตามหลักโภชนาการอย่างแท้จริง โดยผู้ป่วยสามารถศึกษารายละเอียดจากข้อมูลดังต่อไปนี้ได้เลยค่ะ

  1. รับประทานผักผลไม้ ถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหูหลอด เต้าหู้แผ่นและอาหารประเภทธัญพืช เป็นต้น โดยควรหมั่นทานเป็นประจำ
  2. ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมัน ไม่ควรทานอาหารจำพวกไขมันเกินร้อยละ 30 จากพลังงานที่ได้รับต่อวัน แนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการทานอาหารซึ่งเป็นไขมันจากสัตว์ เลี่ยงอาหารที่ได้ผ่านการแปรรูปจากไขมัน พวกกรดไขมันทรานส์ (trans fatty acid) เช่น เนยขาว โดนัท มาร์การีนและมันฝรั่งทอด เป็นต้น ทั้งนี้ ควรเลือกใช้น้ำมันที่ให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ได้แก่ น้ำมันรำข้าว น้ำมันงาและน้ำมันมะกอก
  3. ควรทานอาหารให้ครบถ้วนหลากหลาย เช่น ทานปลาทะเล ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้และลดปริมาณการทานเนื้อแดงให้น้อยลง
  4. ลดปริมาณอาหารที่ให้คลอเรสเตอรอลสูง โดยควรทานไม่เกินวันละ 300 มิลลิกรัม
  5. เพิ่มปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างเช่น ข้าวกล้องและธัญพืชเป็นประจำมากขึ้น
  6. ลดปริมาณการทานอาหารรสเค็มและควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้ว
  7. สำหรับการดื่มนมเพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง แนะนำให้ดื่มนมพร่องไขมันแทน
  8. ควรรักษารูปร่างหรือรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสม
  9. ควรทานอาหารให้ได้ทุกมื้ออย่างเพียงพอและไม่ควรงดทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะย่อมมีผลเสียต่อร่างกายได้
  10. งดสูบบุหรี่หรือลดปริมาณให้น้อยลงจนสามารถเลิกได้ในที่สุด พร้อมกันนี้ ควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ไวน์และสุราอันเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้ร่างกายเสื่อมสภาพและเข้าสู่ภาวะวัยทองได้รวดเร็ว

8.6

การดูแลสุขภาพของผู้หญิงวัยทองด้วยตนเอง
การดูแลสุขภาพของผู้หญิงวัยทองคุณสามารถใส่ใจพื้นฐานการดำเนินชีวิตเบื้องต้นง่ายๆ ด้วยการนอนพักผ่อนให้เพียงพอโดยนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายเป็นประจำและไม่เครียด หมั่นทำใจปล่อยวางอย่างผ่อนคลาย สำหรับในเรื่องของการรับประทานอาหารนั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเราจะต้องทานอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนการทั้ง 5 หมู่ เน้นทานอาหารที่ให้แคลเซียมสูง เช่น นมสด โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่วทุกชนิด เต้าหู้ งาดำ ปลาตัวเล็กและผักใบเขียวต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากแคลเซียมที่เราทานเข้าไปจะเข้าไปเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงจึงสามารถป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมระดับของคลอเรสเตอรอลในกระแสเลือดไปพร้อมกันด้วย โดยควรงดทานอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูงแต่หันมาทานอาหารที่เน้นกากใยและย่อยง่ายจะดีกว่า และเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงผู้หญิงวัยทองควรใส่ใจพฤติกรรมของตนเองอย่างมีวินัยมากขึ้นดังนี้
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ โยคะ ปั่นจักรยาน รำมวยจีน เต้นรำและเต้นแอโรบิก เป็นต้น
– ปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลายอยู่เสมอ โดยหมั่นควบคุมจิตใจตนเองไม่ให้เครียด รู้จักมองโลกในแง่ดีเพื่อที่จิตใจจะได้สดใสเบิกบาน
– ตรวจสุขภาพเสมอปีละ 1 ครั้ง การตรวจสุขภาพจะทำให้เรารู้เท่าทันการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ก่อนสายเกินไป เพื่อจะได้ตรวจหาภาวะความดันโลหิต ตรวจหาระดับไขมันในเลือด ตรวจมะเร็งปากมดลู ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก(Bone mineral density) ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) และการตรวจหาระดับฮอร์โมนซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะของวัยทองไปพร้อมกัน
– หากพบว่ามีอาการผิดปกติในร่างกาย เช่น กระดูกพรุนหรือกระดูกเปราะบางก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำการตัดสินใจพิจารณาเพื่อรับฮอร์โมนทดแทนตามความเหมาะสม

ประโยชน์จากการได้รับฮอร์โมนทดแทน
ก่อนอื่นจะต้องทราบความหมายกันก่อนว่าการให้ฮอร์โมนทดแทนนั้นคือการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดที่ผ่านการสกัดมาจากธรรมชาติ(Bio-identical Hormone) ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างคล้ายคลึงกันกับฮอร์โมนเพศหญิง ขณะเดียวกัน การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นแพทย์อาจพิจารณาให้ควบคู่กันพร้อมกับฮอร์โมนโปรเอสเตอโรนด้วยซึ่งเป็นฮอร์โมนในผู้หญิงอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติแบบเดียวกันกับฮอร์โมนเพศในมนุษย์ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการรับฮอร์โมนทดแทน
– ผู้ป่วยจะมีอาการนอนหลับสบายยิ่งขึ้น ลดอาการร้อนวูบวาบ ช่วยคลายความกังวลใจ ลดภาวะอาการซึมเศร้า เหนื่อยและใจสั่นง่าย
– เสริมสร้างคอลลาเจนผิวทำให้ผิวพรรณเต่งตึงและชุ่มชื้นได้มากขึ้น ช่วยลดอาการอักเสบในผิวหนัง ส่งผลให้เส้นผมหนาดกดำและช่วยลดปัญหาเส้นผมหลุดร่วงจนศีรษะบางลงได้
– เพิ่มระดับความจำ ลดอาการขี้ลืมและทำให้มีสมาธิดีขึ้น
– หากได้รับร่วมกับแคลเซียมจะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกให้แข็งแรงดังเดิมได้ อีกทั้งจะยิ่งดีมากถ้าผู้ป่วยหมั่นออกกำลังกายควบคู่กันอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้ผลที่ได้รับจากการให้ฮอร์โมนทดแทนนั้นอาจมากน้อยล้วนขึ้นอยู่กับสุขภาพและสภาวะจิตใจที่แตกต่างกันของผู้ป่วยในแต่ละรายไป
– ตื่นมารับแสงอาทิตย์ในยามเช้าเนื่องจากแสงแดดมีวิตามินดีที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งเหมาะสมอย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง

การให้ฮอร์โมนทดแทนในวัยทองจะแบ่งไปตามลักษณะการใช้ ดังนี้
– สำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดมดลูกออกไปแล้ว
จะให้เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการวัยทองให้ดีขึ้น โดยมีทั้งแบบชนิดรับประทาน ทาผิวหนังและแบบแผ่นแปะ
– สำหรับผู้หญิงที่ยังมีมดลูกอยู่ปกติ จะให้เป็นฮอร์โมนที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนทั้งสองชนิดที่มีอยู่ในร่างกายผู้หญิงอยู่แล้วก็คือเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติ สำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติหรือเกิดเป็นมะเร็งในเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นได้

ในการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้น คุณสมบัติหลักของฮอร์โมนชนิดนี้จะมีหน้าที่หลักคือช่วยควบคุมอวัยวะทางระบบเจริญพันธุ์ซึ่งทำให้วัยเด็กก้าวเข้าสู่วัยสาวและมีประจำเดือนกระทั่งมีบุตรได้อย่างสมบูรณ์เต็มตัว นอกจากนี้ ฮอร์โมนดังกล่าวยังมีผลดีต่ออวัยวะภายในร่างกายส่วนอื่นๆ อีกด้วย ได้แก่ เส้นเลือด หัวใจ สมองและกระดูก ฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยส่วนใหญ่แล้วมักถูกสร้างขึ้นจากรังไข่ ส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไขมันบริเวณผิวหนัง รังไข่นั้นจะมีการผลิตฮอร์โมนลดลงเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วอายุ 40 ปีขึ้นไป และหยุดการผลิตก็ต่อเมื่อร่างกายหมดประจำเดือนไปแล้ว และโดยอายุเฉลี่ยสำหรับผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ที่หมดประจำเดือนไปแล้วก็คือวัย 45-51 ปี

แต่หากรังไข่ทั้งสองข้างของผู้หญิงถูกผ่าตัดออกในขณะที่ยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก็ตามก็ย่อมทำให้ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงคล้ายกับช่วงหมดประจำเดือนไปแล้วได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะมีอาการที่รุนแรงกว่าเนื่องจากฮอร์โมนในเพศหญิงได้หมดไปจากร่างกายแล้ว สำหรับฮอร์โมนที่มักนิยมใช้เพื่อทดแทนนั้นมีด้วยกันหลายชนิด แต่ผู้คนมักนิยมใช้ชนิดที่สกัดจากธรรมชาติหรือ Bio-Identical Hormone สำหรับการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับผู้ป่วยวัยทองนั้นสามารถให้ได้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น การรับประทาน แบบแผ่นแปะ เจลหรือสำหรับสอดช่องคลอด ทั้งนี้ล้วนขึ้นอยู่ที่การพิจารณาเพื่อรักษาจากแพทย์ให้เกิดความเหมาะสมกับร่างกายของผู้ป่วยวัยทองในแต่ละรายไป

8.7

สำหรับการให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จุดประสงค์หลักก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นและป้องกันการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย โดยมีกลไกสำคัญกล่าวคือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะมีคุณสมบัติที่สามารถยับยั้งการสังเคราะห์ DNA จึงช่วยลดการแบ่งตัวของเซลล์และลดปริมาณตัวรับต่อจากฮอรโมนเอสโตรเจนไปสู่เซลล์เป้าหมายได้ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจากธรรมชาตินั้นมีด้วยกันหลายชนิด สำหรับการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในผู้หญิงที่ได้รับเอสโตรเจน ขนาดและระยะเวลาของการให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนย่อมเป็นสิ่งสำคัญและจะได้รับก็ต่อเมื่อแพทย์พิจารณาการให้ให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับอาการและสภาพร่างกายซึ่งต้องเป็นไปตามความถูกต้องเท่านั้น

อาการข้างเคียงจากการรับฮอร์โมนทดแทน
– มีเลือดออกทางช่องคลอดซึ่งอาจพบได้บ่อยจนทำให้ผู้ป่วยไม่อยากรับฮอร์โมนทดแทนอีก ส่วนใหญ่มักพบในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังจากเริ่มรับฮอร์โมนทดแทน เมื่อรับฮอร์โมนทดแทนอย่างสม่ำเสมอแล้วร่างกายจะเกิดภาวะการปรับตัวที่สมดุลและทำให้เลือดที่เคยไหลออกจากช่องคลอดหายไปเองได้ตามธรรมชาติ
– อาการเจ็บเต้านม เป็นอาการในช่วงแรกหลังจากได้รับฮอร์โมนทดแทน หลังจากนั้นอาการเจ็บปวดดังกล่าวก็จะบรรเทาลงและหายไปเองได้
– มีอาการปวดศีรษะไมเกรน
– น้ำหนักตัวเพิ่ม แท้จริงแล้ว การรับฮอร์โมนทดแทนไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เพราะสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ใส่ใจดูแลเรื่องการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายให้เป็นไปอย่างสมดุลกัน อีกทั้งเนื่องจากอายุที่มากขึ้นจึงส่งผลให้ระบบเผาผลาญจึงทำงานเสื่อมประสิทธิภาพลงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การให้ผู้ป่วยได้รับฮอร์โมนทดแทนมักจะให้ในปริมาณที่ต่ำหรือเทียบเท่ากับระดับปกติที่ร่างกายเคยมีอยู่แล้วเท่านั้น แพทย์จะไม่อนุญาตให้ได้รับมากเกินขนาดความพอดี ดังนั้น ผลข้างเคียงจากการได้รับฮอร์โมนจึงเกิดขึ้นน้อย ผู้ป่วยจึงไม่ต้องหวาดวิตกกับผลข้างเคียงที่อาจส่งผลให้สุขภาพย่ำแย่ตามมา

เรื่องสุขภาพของคนเราแท้จริงแล้วไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่ว่าจะช่วงวัยใดหรือแม้แต่สมัยยังสาวๆ ก็ตาม ในปัจจุบันเนื่องจากโรคภัยร้ายแรงล้วนคุกคามสุขภาพคนเราได้รวดเร็วก่อนวัยอันควร โดยที่เราอาจไม่ทันได้รู้ตัวล่วงหน้าด้วยซ้ำ ดังนั้น อย่ารอให้อายุมากขึ้นจนเฉียดย่างเข้าวัยเลข 4 Up กันเลยเราถึงจะหันมาเตรียมตัวใส่ใจเพื่อรับมือป้องกันปัญหาที่อาจมาพร้อมภาวะวัยทอง เพราะฉะนั้น แนะนำให้รีบหันมาดูแลตัวเองให้แข็งแรงกันเนิ่นๆ เสียแต่ตอนนี้ เมื่อวัยที่สภาพร่างกายร่วงโรยแล้ว สุขภาพของเราจะได้มีภูมิต้านทานที่ยังคงแข็งแกร่งและสมดุลดังเดิมหรืออย่างน้อยก็ยังสามารถต้านอาการวัยทองต่างๆ ไม่ให้คุกคามร่างกายหนักได้ด้วย

เบาะรองนั่ง อุลลามัย

ขึ้นชื่อว่าเบาะรองนั่ง ถือว่าเป็นสิ่งของตกแต่งบ้านที่น่าใช้ น่าซื้อมากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากความเก๋ไก๋และความน่ารักในตัวไอเท็มนี้แล้ว ยังช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดีและเพิ่มความสะดวกสบายภายในบ้านอีกมากมายเลยล่ะ นอกจากนี้เบาะรองนั่งยังทำให้บ้านดูสวยและน่าอยู่มากขึ้นเป็นที่ต้องตาต้องใจของแขกๆ ที่มาเยี่ยมเยือนที่บ้านอีกด้วย

4

ประโยชน์ของเบาะรองนั่ง

เบาะรองนั่งนั้นมีไว้ใช้รองรับร่างกายเราเมื่ออยู่ในท่านั่งบนพื้นเพื่อความสะดวกสบายในการนั่ง  ที่สำคัญ ทราบหรือไม่ เบาะรองนั่งนั้นมีไว้เพื่อรักษาสุขภาพอีกด้วย ทำให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง เบาะรองนั่งนั้นสามารถรองรับแผลกดทับได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องนอนเตียงนานนาน หรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็นหรืออยู่บนรถเข็นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ร้อนสะโพกหรือก้น หรือผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร นอกจากนี้เบาะรองนั่งยังเหมาะกับหญิงที่เพิ่งคลอดมาใหม่ๆ ด้วยนะ โดยเฉพาะหญิงที่คลอดลูกด้วยการผ่าตัด เพราะเบาะรองนั่งจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บแผลได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นเบาะรองหลังแทนได้เลยล่ะ

วันนี้เราจะมาพูดถึงเบาะรองนั่งชนิดหนึ่ง ซึ่งมาจากต่างประเทศ แถบโซนยุโรป เบารรองนั่งนี่มีชื่อเรียกว่าอุลลามัย เป็นเบาะรองนั่งจากประเทศแถมประเทศทางสแกนดิเนเวียซึ่งเราสามารถหาซื้อได้ในประเทศไทยจากร้านขายเฟอร์นิเจอร์หนึ่งที่เป็นองค์กรจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียและยังอาจจะหาซื้อได้ตมร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วๆ ไปได้อีกด้วย

อุลลามัยนั่นเป็นเบาะรองนั่งที่มีราคาสูงมาก ราคาต่ำสุดนั่นประมาณหรึ่งร้อยหกสิบบาท จนถึงหลักพันบาทกันเลยทีเดียว  อุลลามันสามารถเป็นเบาะรองเก้าอี้หรือเบาะรองนั่งได้ทั้งสองอย่าง ซึ่งคุ้มค่ามากที่จะซื้อมาใช้ในครัวเรือนหรือที่ทำงาน อุลลามัยทำมาจากวัสดุราคาสูงคุณภาพเยี่ยม ปลอกหมอนทำมาจากใยป่านรามี ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติที่เหนียวทน และให้สัมผัสที่แตกต่างจากผ้าชนิดอื่น หมายความว่าให้สัมผัสที่สบาย เรียบง่ายพร้อมทั้งเต็มไปด้วยความหรูหรา

จากการได้ใช้เบาะรองนั่งอุลลามันแล้วนั่น ทางบ้านฉันได้เปลี่ยนมาใช้กันทั้งบ้านเพราะคุณภาพดีจริง ใช้คุ้มค่า สมกับราคาที่สูงมากจนเรียกได้ว่าค่อนข้างแพงมาใช้เพราะนอกจากความสวยงามภายนอกของมันแล้ว ยังมีความสะดวกสบายและเต็มไปด้วยคุณประโยชน์หลากหลายประการทั้งด้านสุขภาพกายลุขภาพจิต มาใช้อุลลามัยกันเถอะค่ะ

เบาะรองนั่งสมาธิ กับ อานาปานสติ

3

อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติ หายใจออก มีสติหายใจเข้า. เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้ายาว. เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้าสั้น …

นี่คือหลักการปบัติธรรมแบบอานาปานสติหรือการกำหนดลมหายใจเข้า ลมหายใจออก อย่างมีสติ ด้วยจิตใจที่สงบ จิตใจสงบสุข ไม่ยึดติดกับทุกข์ ไม่ยึดติดกับสุข เพราะ ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ได้มีไว้ให้เป็น จากคำกล่าวของแม่ชีศัษณีย์ เสถียรสุต

การปฏิบัติธรรมแบบอานาปานสตินั้นมีหลากหลายอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็น นั่ง นอน ยืน เดิน แต่เท่าที่ผู้คนส่วนมากนิยมปฏิบัติกันคือการนั่งสมาธิแบบอานาปานสติซึ่งเป็นการกำหนดลมหายใจเข้า การกำหนดลมหายใจออก ซึ่งทำให้มีอินิยาบถแบบท่านั่งสมาธิ หรือพับเพียบเป็นเวลานานอันเป็นสาเหตุให้ร่างกายเกิดความเจ็บปวดเช่นปวดขา ปลวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกายเป็นต้น ดังนั้นเราจึงขอแนะนำเบาะรองนั่ง ที่จะช่วยให้คุณนั่งสมาธิแบบอานาปานสติได้อย่างสบาย และยังนั่งได้นานขึ้นอีกด้วย ทีนี้การนั่งสมาธิอานาปานสติก็ไม่ทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายหรือเจ็บก้นแล้วล่ะ

เบาะรองนั่งสมาธินั่นสามารถนำมาใช้เองทั้งในชีวิตประจำวัน ชีวิตทำงาน การท่องเที่ยวพักผ่อน อยู่อาศัยภายในบ้าน ที่ทำงาน รวมทั้งถวายพระสงฆ์อีกด้วย ที่สำคัญสามารถนำมาใช้ในการขับรถยนต์ได้อีกด้วย เมื่อต้องเดินทางระยะไกล เบาะรองนั่งสมาธินั่นมีหลากหลายประเภทอาทิเช่น แบบเบาะสองชั้นที่มีพนักพิง  แบบเบาะสองชั้น  แบบเบาะพับสามตอน   แบบเก้าอี้ซึ่งราคานั้นอยู่ระหว่างสองพันกว่าบาทจนถึงหลักแสนบาทไทยก็ว่าได้

การดูแลรักษานั่น
1. ผ้าที่หุ้มเบาะนั่งสามารถถอดซักได้ จึงควรถอดออกมาซักบ่อยๆ เพื่อให้เบาะรองนั่งดูสะอาดอยู่เสมอและปราศจากฝุ่นผงต่างๆ นั่นเอง
2. ไส้ของเบาะควรนำมาผึ่งลมในที่อากาศถ่ายเทสะดวก และควรตากในที่ที่มีแดดอ่อนๆ เท่านั้น

  1. บริเวณพื้นผิวของเจลสามารถนำผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดได้
    4. ไม่ควรวางเบาะนั่งตั้งขึ้น หรือ วางคว่ำเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจเกิดความเสียหายกับแผ่นเจลได้

เราสามารถหาซื้อเบาะรองนั่งสมาธิได้จากสถานที่สำคัญทางศาสนา สถานที่เพื่อสุขภาพ ธรรมชาติบำบัดและตามโรงพยาบาลต่างต่างเป็นต้น สำหรับใครที่มักจะนั่งสมาธิแบบอานาปานสติบ่อยๆ รองซื้อเบาะรองนั่งสมาธิมาใช้ดูนะ

เบาะรองนั่ง เก้าอี้ญี่ปุ่นอันแสนสุข

2

ญี่ปุ่นคือประเทศที่มีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ มีความเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายอยู่ในตัวของมันเอง ทำให้เมื่อพูดถึงสไตล์การตกแต่งบ้านของญี่ปุ่นย่อมเป็นไปตามเอกลักษณ์ดั่งที่กล่าวมาข้างต้นด้วยคือมีเสน่ห์ มีความเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายเป็นตัวของมันเอง สังเกตได้ง่ายจากการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งบ้านนั่นเอง

ในที่นี้เราจะมาพูดถึงเบาะรองนั่งญี่ปุ่น เก้าอี้นั่งพื้นญี่ปุ่น เก้าอี้ญี่ปุ่น ซึ่งสามารถปรับเอนได้ ปรับนอนได้6ระดับ สะดวกสบาย มีประโยชย์ สามารถใช้ประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลายแถมประหยัดพื้นที่ได้มากโข

ราคาประมาณหนึ่งพันหกร้อยบาทถึงสามพันบาท สามารถใช้ได้สารพัด เอนกประสงค์ ทั้งนั่งเล่น ดูทีวี เล่นคอม ทำงาน
อ่านหนังสือ งีบหลับ กึ่งหลับกึ่งตื่น นอนลัลล้า..ได้ทุกประโยชน์ใช้สอย

ฟองน้ำเนื้อแน่น หนานุ่มสบาย
ผ้าสักหลาดเกรด A น่าสัมผัส เนื้อเนียนนุ่ม
โครง ข้อพับภายใน อลูมิเนียมน้ำหนักเบา
แข็งแรง ผ่านการทดสอบที่ได้มาตรฐาน

มีหลากหลายสีไม่ว่าจะเป็น สีส้ม  สีแดง สีม่วง สีดำ สำน้ำตาล สีชมพู สีขาวและสีเทาเป็นต้น

คุณประโยชน์ของเบาะรองนั่งญี่ปุ่นนั่นคือการได้รับความสะดวกสบายทางร่างกายและจิตใจ เชื่อรึไม่เบาะรองนั่งญี่ปุ่นสามารถแก้ปัญหาในเรื่องระบบขับถ่ายของร่างกายได้ อีกทั่งทำให้สุขภาพก้นดีมากมากด้วย

เบาะรองนั่งญี่ปุ่นนั้นมีคุณประโยชน์หลากหลายอย่างอีก เช่นเบาะรองนั่งนั้นมีไว้ใช้รองรับร่างกายเราเมื่ออยู่ในท่านั่งบนพื้นเพื่อความสะดวกสบายในการนั่ง  ที่สำคัญ ทราบหรือไม่ เบาะรองนั่งนั้นมีไว้เพื่อรักษาสุขภาพอีกด้วย ทำให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง เบาะรองนั่งนั้นสามารถรองรับแผลกดทับได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องนอนเตียงนานนาน หรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็นหรืออยู่บนรถเข็นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ร้อนสะโพกหรือก้น หรือผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร

ส่วนวิธีการดูแลรักษาได้แก่

  1. ผ้าที่หุ้มเบาะนั่งสามารถถอดซักได้ โดยให้ถอดผ้าหุ้มมาซักเป็นประจำทุกสัปดาห์และควรซักอย่าเบามือเพือถนอมผ้าให้มีความนุ่มอยู่เสมอนั่นเอง
    2. ไส้ของเบาะควรนำมาผึ่งลมในที่อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ควรนำมาตากแดด หรือไม่ก็ควรเป็นแดดอ่อนๆ เพื่อไม่ให้แดดทำลายความนุ่มของไส้เบาะ
    3. บริเวณพื้นผิวของเจลสามารถนำผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ต้องเช็ดอย่างเบามือนะ
    4. ไม่ควรวางเบาะนั่งตั้งขึ้น หรือ วางคว่ำเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจเกิดความเสียหายกับแผ่นเจลได้

 

ซิลล่าเบาะรองนั่งฟรุ้งฟริ้ง

1

ความฟรุ้งฟริ้งเป็นสิ่งที่สาวสาวหลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก นอกจากความหวานแหวว แถมซ่อนความเปรี้ยวจี๊ด เปรี้ยวแซบไว้ภายใน เป็นรสนิยมที่ทันสมันล้ำหน้าและแฟชั่นจ๋ามากมากมากค่ะ โดยเฉพาะเบาะรองนั่ง ที่ถึงแม้จะเป็นเบาะรองนั่งเพื่อเพิ่มความสบายในการนั่งเท่านั้น แต่ถ้ามีความสวยงามฟรุ๊งฟริ๊งด้วยแล้ว ไม่ว่าใครก็ชอบจริงไหมคะ

เมื่อนึกถึงเบาะรองนั่ง ในหัวใจของผู้หญิงฟรุ้งฟริ้งอย่างเราย่อมถวิลหาเบาะรองนั่งที่โดนจิตโดนใจอยู่แล้วค่ะ นั่นไง ต้องฟรุ้งฟริ้ง ซิลล่านั่นเองคือคำตอบเดียวของบรรดาสาวฟรุ้งฟริ้งแทบทุกคน เบาะรองนั่งจากประเทศแถบโซนยุโรป ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ราคาของเบาะรองนั่งซิลล่านั่นประมาณหนึ่งร้อยหกสิบบาทถึงสามร้อยบาท แต่คุณภาพและความนุ่มของมันก็โอเครเลยล่ะ ถ้าได้ลองใช้แล้วล่ะก็ จะติดใจแน่นอน

เบาะรองนั่งนั้นมีไว้ใช้รองรับร่างกายเราเมื่ออยู่ในท่านั่งบนพื้นเพื่อความสะดวกสบายในการนั่ง  ที่สำคัญ ทราบหรือไม่ เบาะรองนั่งนั้นมีไว้เพื่อรักษาสุขภาพอีกด้วย ทำให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง เบาะรองนั่งนั้นสามารถรองรับแผลกดทับได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องนอนเตียงนานนาน หรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็นหรืออยู่บนรถเข็นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่ร้อนสะโพกหรือก้น หรือผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งเบาะรองนั่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดีและไม่ทำให้เจ็บก้นเวลานั่งนานๆ ด้วยนะ

เมื่อฉันใช้เบาะรองนั่งฟรุ้งฟริ้งอย่างเบาะรองนั่งซิลล่าแล้วทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ฉันรู้สึกมีความสุขมากมาก ทั้งสุขทางกาย และสุขทางจิต ซึ่งส่งผลให้ฉันมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีเยี่ยม อันเนื่องมาจากพื้นเพนิสัยที่ฉันเป็นผู้หญิงฟรุ้งฟริ้ง ชอบและรักในสิ่งของและทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟรุ้งฟริ้งอยู่แล้ว

เบาะรองนั่งฟรุ้งฟริ้งเมื่อฉันใช้แล้วรู้สึกสะดวกสบายมากมาก สบายก้นเลยน่ะจ๊ะ จะบอกให้ บรรดาสมาชิกบุคคลในครอบครัวของฉันพากันมาแย่งเบาะรองนั่งซิลล่าที่แสนฟรุ้งฟริ้งของฉันกันตรึม จนคนในครอบครัวของฉันพากันซื้อมาใช้กันทั้งบ้านเลยล่ะค่ะ แต่นอกจากที่บ้านของฉันแล้ว ฉันยังยำเบาะรองนั่งซิลล่าอันแสนฟรุ้งฟริ้ง ซึ่งเบาะรองนั่งซิลล่านั้นมีลักษณะดังนี้ – มีแผ่นกันลื่นด้านล่าง ช่วยให้เบาะไม่หล่น- เบาะโฟมโพลียูรีเทน นั่งนุ่มสบายและทนทาน- ทำความสะอาดง่าย ซักได้ด้วยเครื่อง

« Older posts